20-02-2568

รมว.วธ. เชิญชวน ฉลอง “มรดกโลกภูพระบาท” หลังยูเนสโก ส่งมอบหนังสือรับรองขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ ด้านกรมศิลปากรพร้อมจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

 


      

    นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” Phu Phrabat, a testimony to the Sima stone tradition of the Dvaravati period)” ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของจังหวัดอุดรธานีต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เมื่อพุทธศักราช 2535
    นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรว่า ศูนย์มรดกโลกได้จัดส่งใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม “ภูพระบาทประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี เป็นแหล่งมรดกโลกที่ลงนามรับรองโดย Ms. Audrey Azoulay ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาถึงประเทศไทยแล้ว หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ได้มีมติประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงมอบหมายให้กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่แหล่งมรดกโลก จัดงานฉลองแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมภูพระบาทรับมอบหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการและติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ร่วมเฉลิมฉลอง ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี  


    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า อยากเชิญชวนคนไทยร่วมเฉลิมฉลองมรดกโลกภูพระบาทอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร บูรณาการร่วมกับกรมการศาสนา ร่วมจัดกิจกรรมและจัดพิธีเฉลิมฉลองมรดกโลกภูพระบาทในโอกาสที่ได้รับประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแสดงศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนไทพวนอำเภอบ้านผือ กิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ (ต้นรวงผึ้ง) และการติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและใบประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโกอย่างเป็นทางการและติดตั้งป้ายรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกภูพระบาท ภายในพื้นที่โบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขณะที่กรมการศาสนา จัดธรรมเทศนาและเจริญจิตภาวนา ณ โบราณสถานหอนางอุสา นำพิธีโดย พระราชภาวนาวชิรากร วิ.(อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก)  วัดอุดมมงคลวนาราม (วัดป่านาคำน้อย) อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ที่สำคัญสำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงละครตำนาน ภูพระบาท เรื่อง "อุสา - บารส" และโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน สุครีพถอนต้นรัง อีกด้วย

   “วธ.มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อการพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนของการบูรณะและพัฒนาโบราณสถาน จะดำเนินการเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม ยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ ส่งเสริมและสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยจะพยายามผลักดันให้เกิดแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีแหล่งมรดกโลกให้ครบทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมทั้งเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว