06-03-2568

กระทรวงศึกษาธิการ ปิดตำนานระเบียบทรงผมนักเรียน ย้ำชัด เปิดเสรีทรงผมนานแล้ว

    พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากกรณีศาลปกครองสูงสุด เผยแพร่คำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ ฟร.24/2563 เพิกถอนกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่ไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียนนั้น เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการมองว่า คำพิพากษาเรื่องดังกล่าวเป็นกฎกระทรวงฉบับเก่าตั้งแต่ปี 2518 ซึ่งขณะนี้ ได้ปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563  ตามข้อร้องเรียนของกลุ่มนักเรียนใหม่แล้ว โดยเปิดเสรีทรงผมนักเรียน และไม่ปิดกั้นการที่นักเรียนจะไว้ผมยาวหรือผมสั้นแต่ต้องมีการตกแต่งให้เหมาะสมและมีความสวยงาม
   พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวอีกว่า เรื่องทรงผมปัจจุบันเป็นเรื่องของประชาธิปไตย ซึ่งแต่ละสถานศึกษาควรต้องมีการประชุมหารือพิจารณาแนวทางให้มีความเหมาะสมแต่ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งกรณีนี้รวมถึงเรื่องการแต่งกายด้วย
   ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการและโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการกำลังดูรายละเอียดคำพิพากษาฉบับดังกล่าวแบบละเอียดอยู่ ซึ่งจะให้ฝ่ายกฎหมายของศธ. ตรวจสอบว่าคำพิพากษาฉบับดังกล่าวจะต้องตีความหรือดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ตนได้ดูคำพิพากษาเบื้องต้น เหมือนมีกรณีพิพาทในอดีตของเรื่องทรงผมนักเรียนที่ยังให้สถานศึกษายึดตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2518 แต่ขณะนี้ ศธ. ได้ยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียนไปแล้ว โดยการบังคับใช้กฎกระทรวงเรื่องทรงผมนักเรียนจะไม่เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของพฤติกรรมนักเรียน และทำให้เห็นว่าการกระทำใดที่จะล่วงละเมิดต่อสิทธิเด็กไม่สามารถทำได้ ซึ่งจากกรณีดังกล่าวนั้น สถานศึกษาไม่ได้มีอำนาจโดยเด็ดขาดในการกำหนดแบบระเบียบทรงผมแต่ต้องมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องด้วย เช่น เด็ก ผู้ปกครอง เป็นต้น