17-03-2568

รมว.ศธ ฝาก ศธภ.-ศธจ. ทำหน้าเป็นโซ่ข้อกลาง นำนโยบายสู่การปฏิบัติทั่วประเทศ ด้วยหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"


    พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา พร้อมบรรยายพิเศษ “นโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด“ แก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) /รองศึกษาธิการภาค 1-18 ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) /รองศึกษาธิการจังหวัด 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก ศูนย์ กอง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เข้าร่วมกว่า 200 คน ณ โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอฝากศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด เป็นหมุดหรือโซ่ข้อกลางเชื่อมโยงหน่วยการศึกษาในพื้นที่ทั้งหมด ไม่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น แต่ต้องเชื่อมกับหน่วยงานที่จัดการศึกษาอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานพระพุทธศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเชื่อมโยงกับภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน และท้องถิ่น ผ่านกลไกคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ทั้งในเชิงการประชุมเชิงปฏิบัติการเช่นวันนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นในการวางแผนงานร่วมกัน และการสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันแบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้การทำงานราบรื่นในทุกพื้นที่ของประเทศ ตามแนวทางการทำงาน "จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน" 
    นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้หารือกับทีม Google for Education เพื่อนำเทคโนโลยี AI บรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ทั้ง Gemini ChatGPT ให้เด็กได้เรียนรู้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการอบรมวิทยากรต่าง ๆ เพื่อนำ AI เข้ามาใช้การจัดการเรียนการสอน การสร้างสื่อ การจัดทำข้อสอบ เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนไปสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น รวมทั้งการติดตามเด็กหลุดออกนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา (Thailand Zero dropout) ซึ่ง ศธ.สามารถติดตามนำเด็กกลับมาได้กว่า 3 แสนคน และการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยที่ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ 
   พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวอีกว่า ได้ฝากผู้เข้าร่วมประชุมฯ ให้น้อมนำ "หลักอริยสัจ4" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ไปปรับใช้ในการทำงานตามบริบททั้ง 77 จังหวัด ซึ่งแน่นอนว่ามีบางเรื่องเหมือนและแตกต่างกัน แต่หากใช้เครือข่ายในพื้นที่ร่วมขับเคลื่อนจังหวัดเป็นหนึ่ง จะช่วยสร้างรูปแบบการทำงานและสร้างเด็กให้ "ฉลาดรู้" รู้ในสิ่งที่ควรรู้ รู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้  "ฉลาดคิด" คิดแบบมีเหตุมีผล และ "ฉลาดทำ" นำความรู้ที่มีอยู่ มาทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ได้ทันที ตามแนวทาง ทำดีทำได้ทำทันที