01-04-2568

กระทรวงศึกษาธิการ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 133 ปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการศึกษาโดยหลัก One Team ภายใต้นโยบาย “เรียนดีมีความสุข”

   พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ตลอดจนครูอาวุโส ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร ศธ. ร่วมประกอบพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมทั้งทำพิธีตักบาตรพระสงฆ์และสามเณรจำนวน 134 รูป ณ บริเวณสนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ

   ทั้งนี้ รมว.ศธ. และคณะ ได้ประกอบพิธีสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ “พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์” รวมทั้งพระภูมิหรือพ่อปู่ชัยมงคล และพระพุทธรูปประจำสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมสักการะศาลปู่เจียม และประกอบพิธีพราหมณ์บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6จากนั้นเวลา 09.00 น. ที่หอประชุมคุรุสภา – รมว.ศธ. เป็นประธานในพิธีมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” และประกาศเกียรติคุณบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้ ศธ. ประจำปี 2568 จำนวน 120 ราย พร้อมทั้งมอบรางวัลการประกวดบทความ “ความภาคภูมิใจในการเป็นบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้บุคลากรทั่วประเทศมีส่วนร่วมกับการจัดงาน

   รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 133 ปี วันที่ 1 เมษายน 2568 นับเป็นวันสำคัญที่ทุกคนได้ร่วมระลึกถึงคุณค่าของการศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคนและประเทศชาติ ให้เกิดการเติบโต เจริญก้าวหน้าในทุกด้าน ด้วยการพัฒนาความรู้และความสามารถของประชาชน ซึ่งหลักการสำคัญในการจัดการศึกษาตามนโยบายเรียนดี มีความสุข คือ จัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้น กระทรวงศึกษาธิการมีความเป็น One Team ซึ่งจะช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาพัฒนาต่อไป

   ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางกรอบการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัยให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีการส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการพัฒนาความคิดวิเคราะห์และเหตุผล พร้อมทั้งนำใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสนับสนุนการศึกษา และการฝึกอบรมทักษะที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชน

   นอกจากนี้ ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคนในทุกช่วงวัยให้มีความ “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” เป็นสิ่งท้าทายสำคัญของ ศธ. ซึ่งการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียน ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา และการฝึกอบรมอย่างเท่าเทียม ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) การจัดให้มีโรงเรียนคุณภาพการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และการพัฒนาระบบแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต เป็นแนวทางที่จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่สำคัญการพัฒนาการศึกษาของประเทศให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล จำเป็นต้องมี “เครือข่ายการศึกษา” ที่แข็งแกร่ง ที่สามารถผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ขอบคุณผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการทุกท่าน ซึ่งทุกคนถือเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ของการร่วมมือในการผลักดันนโยบายการศึกษาร่วมกัน ภายใต้แนวคิด "จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน" เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากล สำหรับการติดตามเด็กนอกระบบการศึกษา ที่มีสัญชาติไทย 767,304 คน จากความร่วมมือร่วมใจของชาว ศธ. สามารถติดตามได้แล้วกว่า 97 %  ผ่านโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” มีการนำนวัตกรรมโรงเรียนมือถือ (Mobile School) เชื่อมโยงการเรียนรู้กับชุมชน ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน สามารถเก็บหน่วยกิต ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน ให้โอกาสเด็กนอกระบบในการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในทุกภูมิภาค จึงย้ำว่าเด็กไทยทุกคนต้องได้รับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันด้วยการ “ป้องกัน แก้ไข ส่งต่อ ติดตามดูแล” เมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว ต้องไม่หลุดจากระบบอีก ทั้งนี้ในปีต่อ ๆ ไป การติดตามเด็กนอกระบบการศึกษาจะรับผิดชอบโดยฝ่ายปกครองในหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดภาระให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่หลักในการสอนเพียงอย่างเดียว

   “การศึกษาไทยเดินทางมายาวนานถึง 133 ปี และยังคงต้องก้าวต่อไป พร้อมเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับการศึกษาไทย เพื่อสร้างคนไทยที่มีความรู้และมีคุณภาพการร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการศึกษาไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ศธ.จะเดินหน้าพัฒนาการศึกษา ร่วมใจในการปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ เพื่อสร้างคุณภาพ สร้างอนาคต สร้างสิ่งที่ดีให้กับคนไทยทุกคนและประเทศชาติสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว