อธิบดีเกศทิพย์ ย้ำ การขับเคลื่อนนโยบาย สกร. ยุคใหม่ เน้น “ก้าวใหม่ ทันเหตุการณ์”
- ข่าวการศึกษา
- อธิบดีเกศทิพย์ ย้ำ การขับเคลื่อนนโยบาย ส...
อธิบดีเกศทิพย์ ย้ำ การขับเคลื่อนนโยบาย สกร. ยุคใหม่ “ก้าวใหม่ ทันเหตุการณ์” แก้ปัญหาบุคลากร ควบคู่สร้างอาชีพ–ปลูกจิตสำนึกรักชาติ
2026-01-28 09:09:18

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานในการประชุมผู้บริหาร สกร. ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณ 2569 ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างทันท่วงที โดยมีผู้บริหารจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ในการประชุมครั้งนี้ อธิบดี สกร. ได้นำประเด็นจากการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พังงา เชียงรายและเชียงใหม่ มาสะท้อนเป็นแนวทางการพัฒนาเชิงนโยบาย โดยเฉพาะด้านการบริหารงานบุคคลและการจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเน้นย้ำการดูแลความก้าวหน้าในสายอาชีพของบุคลากรทุกระดับ ทั้งการติดตามความคืบหน้าการปรับตำแหน่งครูพนักงานราชการ การวางแนวทางพัฒนาบรรณารักษ์สู่ระดับชำนาญการพิเศษ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับคุรุสภา เพื่อสนับสนุนการโอนย้ายครูเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ อันจะช่วยเสริมความเข้มแข็งด้านวิชาการในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก อธิบดี สกร. ได้ขับเคลื่อนนโยบายตามแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง อาทิ “วานิลลา” โดยนำร่องในจังหวัดเชียงรายและพะเยา ร่วมกับศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ควบคู่กับการส่งเสริมการเลี้ยงหม่อนไหม เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน สกร. ทุกจังหวัด เร่งสำรวจข้อมูลวิทยากรในพื้นที่ที่ยังไม่มีวุฒิการศึกษา เพื่อเข้าสู่กระบวนการเทียบโอนประสบการณ์ตามมาตรฐานทางวิชาการ
ขณะเดียวกัน สกร. ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติและความเป็นไทย ผ่านโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์คลิปเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” และนโยบายส่งเสริมให้เยาวชนและนักศึกษากลุ่มชาติพันธุ์สามารถร้องเพลงชาติไทยได้อย่างภาคภูมิใจ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมวิชาการโครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้” ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ระหว่างวันที่ 30–31 มกราคม 2569 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสมพระเกียรติและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ในที่ประชุม ผู้บริหารกองและกลุ่มงานส่วนกลางยังได้รายงานความคืบหน้าภารกิจสำคัญ อาทิ แนวทางการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา การพัฒนาอาชีพชุมชนประจำปีงบประมาณ 2569 โดยขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเร่งจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ได้เชิญชวนหน่วยงานร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกวันเสาร์ ณ ลานอารยปัญญา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ พร้อมเชิญร่วมกิจกรรมแถลงข่าว “เติมรัก เติมรู้ สู่น้อง ตชด.” ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานรายงานข้อมูลหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผ่านระบบ DOLEdemy ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569
นอกจากนี้ อธิบดี สกร. ยังได้นำแนวคิดจากการศึกษาดูงานร่วมกับ CP ALL มาถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ โดยเน้นการสร้าง “กระบวนการเรียนรู้ที่มีความสุข” เป็นวัฒนธรรมองค์กร ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของบุคลากร พร้อมน้อมนำพระบรมราโชวาทเรื่อง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาเป็นหลักยึดในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการได้รับความร่วมมือจากอาจารย์ชัชชัย จิตต์ชุ่ม เลขานุการอธิบดี สกร.ในการสนับสนุนคลิปการติวเข้มภาษาอังกฤษและเตรียมความพร้อมผู้เรียนสำหรับการสอบ N-NET
พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรคไวรัสนิปาห์ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการบริโภคผักหรือผลไม้ที่มีร่องรอยการกัดแทะของสัตว์ และการสังเกตอาการป่วยที่อาจติดต่อจากสัตว์สู่คน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขอนามัยอย่างทั่วถึง
ในช่วงท้ายของการประชุม ดร.เกศทิพย์ ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะความสำเร็จของโครงการ “Sweet Heritage” ที่สามารถยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า
“หัวใจสำคัญของการทำงาน คือการทำให้ประชาชนเห็นคุณค่าในสิ่งที่มี และสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง”
พร้อมยืนยันว่าหากมีประเด็นใดที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หรือเป็นเรื่องที่ สกร. สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้เป็นองค์กรที่สร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างแท้จริงและยั่งยืน