เลขาธิการ กพฐ. ถกผู้บริหาร สพท. ฝากแก้ไข รร. ขนาดเล็ก เน้นสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี
- ข่าวการศึกษา
- เลขาธิการ กพฐ. ถกผู้บริหาร สพท. ฝากแก้ไข...

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการเปิดประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2559 พร้อมด้วยนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วม ณ มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา
นายพิเชฐ กล่าวว่า ในวันนี้ สพฐ. ได้มาติดตามและเน้นย้ำในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในที่ประชุมได้มีการหารือ เรื่องการสร้างโอกาสและคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กให้เด็กได้มีโอกาสและคุณภาพการศึกษา เรื่องนี้ได้ให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหารือกันว่าจะมีวิธีการอย่างไรในการบริหารจัดการเรื่องเงิน วิชาการและการบริหารงานทั่วไปให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เด็กที่มาเรียนกับเราได้มีโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต ซึ่งเด็กจะได้เรียนตามศักยภาพ พร้อมกับมีทักษะชีวิต มีอนาคตที่ตัวเองเลือกได้นี่คือสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญ โดยเน้นย้ำให้มีการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนแต่ละพื้นที่ ต่อมาคือในเรื่องของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีแนวคิดว่า จะทำอย่างไรให้ครูทำหน้าที่ให้เต็มตามศักยภาพ การสอน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของครู พัฒนาเด็กให้เป็นคนดีคนเก่งและมีความสุข ซึ่งการทำให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในระยะยาวแบบยั่งยืนได้นั้น ซึ่งตนมองว่า เรื่องการมีวิทยฐานะ หรือการมีค่าตอบแทนที่สูงขึ้น ก็จะสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้บริหารและครูทุกระดับได้
เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้เข้าร่วมประชุมของสำนักงาน ก.ค.ศ. ในการคัดเลือกผู้อำนวยการ รร.และ ผอ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเดิมทีในการคัดเลือกจะมีการสอบภาค ก ข ค จะต้องได้รับคะแนนภาค ก 60% จึงจะผ่านเกณฑ์นั้น และด้วยบางส่วนอาจได้รับคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ฉะนั้น ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า ในการคัดเลือก ถ้ามีการนำบุคลากรที่มีผลงานและประสบการณ์ให้ได้รับโอกาสในการผ่านการคัดเลือกได้หรือไม่ โดยนำผลงานซึ่งอยู่ในการพิจารณาของการสอบภาค ค มาประกอบพิจารณา ซึ่งที่ประชุม กคศ. เห็นด้วยถึงข้อเสนอดังกล่าว และรับข้อเสนอดังกล่าวไว้ทบทวนแล้วพิจารณาทำให้ในการสอบจะมีการยืดหยุ่นมากขึ้นในกระบวนการสอบคัดเลือกผู้บริหาร และในส่วนของครูผู้ช่วยด้วยนั้น ครูหลายรายที่ครูเป็นอัตราจ้างซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาหลายปี และไม่ผ่านการสอบบรรจุเป็นราชการ ทางที่ประชุม กคศ.ได้รับข้อเสนอแนวคิดที่นำผลงานมาใช้ประกอบกับผลการสอบไว้เพื่อพิจารณาต่อไปด้วยเช่นกัน
นายพิเชฐ กล่าวต่อไปว่า ส่วนอีกเรื่องคือด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา สพฐ.มีระบบการรายงานข้อมูลผ่านกลุ่ม LINE ซึ่งในแต่ละวันจะอ่านข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานในสังกัดรายงานว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างในแต่ละวัน เช่น เขตพื้นที่การศึกษารายงานทั้งเรื่องที่เป็นข่าวดีหรือข่าวที่เกิดผลกระทบกับนักเรียน เป็นต้น การรายงานดังกล่าวผู้บริหารในพื้นที่จะได้ช่วยกันหาทางออกและวิธีการรับมืออย่างทันถ้วงที
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า ส่วนอีกเรื่องที่ ศธ. ให้ความสำคัญ คือความเป็นมาของประวัติศาสตร์และบ้านเมืองของชาติไทยที่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะดำเนินการต่อไป เน้นให้ทุกคนทราบความเป็นมาของพื้นที่โดยเฉพาะนักเรียนให้มีความภูมิใจและสืบสานต่อวัฒนธรรมที่ดีงามสืบไป
“การบริหารงานบุคคล ภายในระยะเวลา 4 เดือนจะต้องมาบริหารจัดการ รร. ขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ แต่เนื่องด้วยจาก คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีการจำกัดในเรื่องอัตรากำลังที่ว่า “ ห้ามเพิ่มคน ห้ามเพิ่มเงิน” จึงต้องมาหารือกันในการจัดการอย่างไรให้เหมาะสม ข้อมูลนักเรียนต้องมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เรื่องความโปร่งใส ส่วนการโยกย้ายผู้บริหารศึกษาได้เน้นย้ำในเรื่องความเป็นธรรม โปร่งใส ขณะเดียวกัน การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาในการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว จะต้องมาทบทวนในตัวเลขให้เหมาะสมกับปัจจุบัน ส่วนการดูแลโรงเรียนขนาดเล็กนั้นให้เน้นความยืดหยุ่น คือ การจัดการให้มีบริบทสอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่”