สกร. จับมือกรมราชทัณฑ์ เดินหน้าส่งเสริมการรู้หนังสือไทยแก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ
- ข่าวการศึกษา
- สกร. จับมือกรมราชทัณฑ์ เดินหน้าส่งเสริมก...
สกร. จับมือกรมราชทัณฑ์ เดินหน้าส่งเสริมการรู้หนังสือไทยแก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
2026-04-20 07:21:56

วันที่ 17 เมษายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (อธิบดี สกร.) ร่วมกันสร้างอนาคตผู้ต้องขังเพื่อกลับสู่สังคมแบบยั่งยืนกับพันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และนายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และบุคลากรจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กรมราชทัณฑ์ เข้าประชุมหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือด้านการส่งเสริมการรู้หนังสือ ระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และกรมราชทัณฑ์ ณ ห้องประชุมบุญเลิศ มาแสง ชั้น 3 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน โดยประชุมผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานในการยกระดับการศึกษาและส่งเสริมการรู้หนังสือให้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตในยุคดิจิทัล ควบคู่กับการปรับทัศนคติ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพหลังพ้นโทษ
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพฤติกรรมและกระบวนการคิดของผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และส่งเสริมให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบันพบว่ามีผู้ต้องขังที่ยังไม่รู้หนังสือกว่า 6,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา
นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เสนอแนวคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Metaverse หรือสภาพแวดล้อมเสมือนจริง เพื่อใช้กิจกรรม “การแนะแนวการใช้ชีวิตให้กับผู้ต้องขัง” ภายใต้แนวคิดสำคัญว่า ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ โดยเน้นการสร้างแรงบันดาลใจ ปรับทัศนคติ และเสริมทักษะชีวิตให้กับผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพในการแนะแนวเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ต้องขังที่รับโทษเป็นระยะเวลานาน ให้สามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอก เช่น การใช้รถไฟฟ้า ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันก่อนที่จะพ้นโทษจริง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมยุคดิจิทัล อีกทั้งในมิติของการตั้งเป้าหมาย การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การจัดการอารมณ์ และการสร้างคุณค่าให้กับตนเอง หลายคนสะท้อนความรู้สึกว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มองเห็นอนาคตของตัวเองอย่างชัดเจน” บางคนเริ่มวางแผนชีวิตหลังพ้นโทษ ขณะที่บางคนค้นพบศักยภาพที่ไม่เคยรู้ว่าตนเองมี
ควบคู่กันนั้น อีกหนึ่งกิจกรรมที่จะสร้างความประทับใจไม่แพ้กัน คือ “การส่งต่อหนังสือให้กับผู้ต้องขังที่กำลังตั้งครรภ์” ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มทั้งความรู้และความอบอุ่นทางใจ หนังสือที่มอบให้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวอักษร แต่คือ “เพื่อน” ที่อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่เปราะบาง เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพครรภ์ การเลี้ยงดูบุตร และการเตรียมความพร้อมสู่บทบาทของความเป็นแม่
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การพัฒนาผู้ต้องขังมิได้มุ่งเพียงการรู้หนังสือเท่านั้น หากแต่ต้องเสริมสร้าง “ทัศนคติในการใช้ชีวิต” ที่ถูกต้องและยั่งยืน ให้ผู้ต้องขังตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง มีความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักคิดวิเคราะห์ แยกแยะถูกผิด และสามารถดำรงชีวิตภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ควบคู่กันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง “ความรักและความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ” อันเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นไทย เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดี มีความกตัญญู รู้คุณแผ่นดิน และพร้อมที่จะเป็นพลังเชิงบวกในการพัฒนาประเทศเมื่อพ้นโทษออกไปสู่สังคมแนวทางดังกล่าวจึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการคืนคนดีสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ต้องขัง แต่ยังสร้างความมั่นคงและความสงบสุขให้แก่สังคมโดยรวมในระยะยาว
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันในการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ฉบับใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเรือนจำให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สร้างโอกาส และพัฒนาศักยภาพของผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมไทยได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน