สกร. ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะปี 67 เน้น “เรียนแล้วทำได้จริง” ตอบโจทย์ชีวิตและอาชีพยุคใหม่
- ข่าวการศึกษา
- สกร. ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะปี 67 เน้น “เรี...
สกร. ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะปี 67 เน้น “เรียนแล้วทำได้จริง” ตอบโจทย์ชีวิตและอาชีพยุคใหม่
2026-05-12 08:20:00

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ พุทธศักราช 2567 โดยมี ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมทั้งผู้อำนวยการกอง/กลุ่มศูนย์ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมได้รับเกียรติจาก ดร.สมเจตน์ พันธ์พรม ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สพฐ. ร่วมให้ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนหลักสูตรใหม่
ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ พุทธศักราช 2567 เป็น “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตและการทำงาน โดยนำผลการวิจัยหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มาเป็นฐานในการพัฒนา คงจุดแข็งเดิมไว้ พร้อมสกัด “แกนสมรรถนะ” ให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติ
“หัวใจสำคัญของหลักสูตรใหม่ คือการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ผู้เรียนต้องสามารถนำประสบการณ์จากการทำงานหรือการใช้ชีวิตมาเทียบโอนเป็นผลการเรียนได้จริง สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและอาชีพของแต่ละพื้นที่” อธิบดี สกร. กล่าว
ทั้งนี้ หลักสูตรใหม่จะขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการดำรงชีวิต การทำงาน และการพัฒนาศักยภาพ” โดยกำหนดสมรรถนะสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ สมรรถนะหลัก (Core Competency) สมรรถนะตามสายงาน (Functional Competency) สมรรถนะทางอาชีพ (Occupational Competency) และสมรรถนะในการดำเนินชีวิต (Life Competency)
พร้อมกันนี้ สกร. เตรียมปรับระบบการประเมินผลให้ทันสมัยมากขึ้น เน้นการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) การวัดผลจากการปฏิบัติจริง (Performance Assessment) และการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-based Learning) ควบคู่กับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และสะสมผลการเรียนได้ตลอดชีวิตแบบไม่มีทางตัน
ด้าน ดร.สมเจตน์ พันธ์พรม ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สพฐ. กล่าวว่า การขับเคลื่อนหลักสูตรฐานสมรรถนะจำเป็นต้องปรับระบบการวัดผลจาก “สอบครั้งเดียว” ไปสู่การติดตามพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพจริง เช่น การใช้แฟ้มสะสมงาน การประเมินผ่านชิ้นงาน และภารกิจในชีวิตประจำวัน เพื่อสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ หลักสูตรใหม่ยังส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ผ่านปรากฏการณ์ (Phenomenon-based Learning) และการใช้บริบทในท้องถิ่นเป็นฐานในการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะจากการลงมือปฏิบัติจริง โดยครูจะเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอนเนื้อหา” ไปสู่ “ผู้ออกแบบการเรียนรู้” ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์การเรียนรู้ตามสมรรถนะหลัก 4 ด้าน และสมรรถนะย่อย 21 ประการ
สกร. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำงานวิจัยและปรับปรุงรายละเอียดหลักสูตรให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 พร้อมวางกรอบดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569 และเตรียมจัดกิจกรรม “สกร. สัญจร 5 ภาค” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ มุ่งสู่เป้าหมาย “เรียนแล้วทำได้จริง ปฏิบัติได้จริง” และสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกช่วงวัย