สกร. หารือ กมธ.การศึกษา สภาผู้แทนราษฎรขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สกร. หารือ กมธ.การศึกษา สภาผู้แทนราษฎรขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต แก้ปัญหาอัตรากำลัง งบประมาณ และกฎหมายรองรับภารกิจใหม่
2026-06-16 08:24:18
img-news
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้การต้อนรับ นายธีรศักดิ์ จิระตราชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าหารือแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการจัดการศึกษา การบริหารอัตรากำลัง งบประมาณ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาปรับปรุงระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับภารกิจการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย
ในการหารือครั้งนี้ มี ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ณ ห้องประชุมพิภพ กาญจนะ ชั้น 2 กรมส่งเสริมการเรียนรู้
   ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ได้กำหนดทิศทางใหม่ให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ขับเคลื่อนภารกิจจากฐานงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ไปสู่การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการ ความถนัด วิถีชีวิต และบริบทของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ภารกิจที่ขยายตัวตามกฎหมายใหม่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้วยกลไกที่สอดคล้อง ทั้งด้านอัตรากำลัง งบประมาณ ระบบบริหารจัดการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปัญหาสำคัญที่ สกร. เผชิญอยู่ในปัจจุบัน คือ “ภารกิจเพิ่มขึ้น แต่คนและงบประมาณยังไม่เพิ่มตาม” ส่งผลให้การขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่มีข้อจำกัด ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ การดูแลผู้เรียนรายบุคคล การติดตามและช่วยเหลือผู้เรียน การพัฒนาอาชีพ การประสานภาคีเครือข่าย และการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ของประชาชนอย่างแท้จริง
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้กล่าวเพิ่มเติมว่า สกร. มีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ผู้พลาดโอกาส ผู้ขาดโอกาส กลุ่มเปราะบาง และประชาชนที่ต้องการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน แต่ทรัพยากรที่ได้รับยังไม่สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนโครงสร้างอัตรากำลังและการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับภารกิจจริงในพื้นที่ เพื่อให้ สกร. สามารถปฏิบัติภารกิจตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   สำหรับด้านอัตรากำลัง สกร. ยังมีข้อจำกัดในการบรรจุ แต่งตั้ง และบริหารบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจใหม่ เนื่องจากโครงสร้างอัตรากำลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้สถานศึกษาหลายแห่งมีครูและบุคลากรไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียนและภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ ครูหนึ่งคนต้องดูแลทั้งการจัดการเรียนรู้ การติดตามผู้เรียน การประสานงานในพื้นที่ การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตลอดจนภารกิจด้านเอกสารและการบริหารจัดการควบคู่กันไป
ด้านงบประมาณ สกร. ยังมีข้อจำกัดในการสนับสนุนผู้เรียนบางกลุ่มที่มีความจำเป็นเฉพาะ โดยเฉพาะผู้เรียนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งต้องการสื่อ อุปกรณ์การเรียน เครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ และปัจจัยเอื้ออื่น ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน งบประมาณด้านการพัฒนาอาชีพและค่าตอบแทนวิทยากรยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การจัดหลักสูตรทักษะอาชีพที่มีคุณภาพ การเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนและตลาดแรงงานในพื้นที่ ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มศักยภาพ
   ขณะที่ นายธีรศักดิ์ จิระตราชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้สะท้อนข้อมูลจากการลงพื้นที่ว่า ศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งยังมีข้อจำกัดด้านสถานที่ อาคาร สภาพแวดล้อม และทรัพยากรสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ บางแห่งจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความเหมาะสม ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ของประชาชน ขณะที่บุคลากรในพื้นที่มีจำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องดำเนินการ จึงเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง
   นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยอาจกำหนดบทบาทให้บุคลากรประจำทำหน้าที่บริหารจัดการชั้นเรียน ดูแลผู้เรียน และประสานการเรียนรู้ในพื้นที่ ขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เปิดช่องไว้ ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีงบประมาณ ระเบียบ และอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้บุคคลและองค์กรที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า การขับเคลื่อนระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การทบทวนโครงสร้างอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภารกิจตามกฎหมายใหม่ การจัดสรรงบประมาณให้รองรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและภารกิจการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่ และการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และกลไกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ สกร. สามารถทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายและผู้มีความรู้ความสามารถในพื้นที่ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ พร้อมทั้งจะนำข้อคิดเห็นจากการหารือครั้งนี้ไปประกอบการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับการทำงานของ สกร. ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน บริบทของพื้นที่ และการเปลี่ยนแปลงของประเทศต่อไป
0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00