"รมช.อัครนันท์" ลั่น! ไม่ปล่อยผ่าน สั่งสอบด่วนปมเปลี่ยนบัญชีสอบครูผู้ช่วย
- ข่าวการศึกษา
- "รมช.อัครนันท์" ลั่น! ไม่ปล่อยผ่าน สั่งส...

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ NuNim Worasan โฟสข้อความว่าตน นางสาวชณัฐดา วรสาร ผู้สอบผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเดิม พร้อมเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักเพื่อเตรียมเข้ารับราชการ แต่ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หลังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) ออกประกาศฉบับใหม่ยกเลิกบัญชีเดิม จนเกิดข้อสงสัยถึงความชอบด้วยกฎหมายและความโปร่งใสของกระบวนการ
นายอัครนันท์ กล่าวว่า ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากเป็นกรณีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและอนาคตของผู้สอบแข่งขันได้โดยตรง จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขัน และกระบวนการดำเนินการทั้งหมดว่าถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบหรือไม่
"ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะการตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมารับราชการ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต หากเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการของภาครัฐ ผู้ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลเพียงลำพัง"นายอัครนันท์ กล่าว
นายอัครนันท์ ยังกล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารราชการ หากพบว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้ จะดำเนินการแก้ไขและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ ทุกคนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ต้องได้รับความเป็นธรรม และทุกคำสั่งของหน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบได้
นายอัครนันท์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องจนทำให้ผู้สอบแข่งขันได้รับความเสียหาย กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาแนวทางเยียวยาตามกรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างโดยสุจริต ไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบจากความผิดพลาดของระบบราชการ พร้อมย้ำว่าความเป็นธรรมไม่ได้จบแค่การตรวจสอบ แต่ต้องรวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย หากรัฐทำให้ประชาชนเสียหาย รัฐก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกอย่างเป็นธรรมที่สุด