สกร.ผนึก กรมราชทัณฑ์ เปิดห้องเรียนในเรือนจำ สร้างวุฒิ เพิ่มโอกาสผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ
- ข่าวการศึกษา
- สกร.ผนึก กรมราชทัณฑ์ เปิดห้องเรียนในเรือ...

วันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ) เป็นประธานฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการกล่าวเปิด พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) การจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กับกรมราชทัณฑ์ โดยมี ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผู้บริหาร และคณะทำงาน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่เรือนจำและทัณฑสถาน ณ ห้องมหกรรม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการทางราชการ แต่คือการประกาศจุดยืนร่วมกันว่าจะใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือคืนโอกาสและพัฒนาศักยภาพคน ถึงแม้กำแพงจะจำกัดพื้นที่ทางกาย แต่ต้องไม่จำกัดโอกาสทางปัญญาและความหวังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ กระทรวงศึกษาธิการมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่วางกรอบการเรียนรู้ยืดหยุ่น 3 รูปแบบหลัก ทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญและผลักดันมาโดยตลอด
รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษเป็นกลุ่มที่ควรได้รับโอกาสทางการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม เพื่อฟื้นฟูศักยภาพ สร้างทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และความมั่นใจก่อนกลับสู่ครอบครัวและสังคม ความร่วมมือระหว่าง สกร. กับกรมราชทัณฑ์ครั้งนี้จึงเชื่อมโยงงานด้านการศึกษาเข้ากับการพัฒนาพฤตินิสัยอย่างเป็นรูปธรรม โดย สกร. จะนำระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับบริบทเข้ามาใช้ ให้การศึกษาเป็นสะพานให้ผู้เรียนในเรือนจำสามารถเรียนจบได้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงปริญญา ทั้งนี้ความสำเร็จของความร่วมมือนี้จะไม่วัดจากจำนวนกิจกรรมหรือผู้เข้าร่วม แต่วัดจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงกับชีวิตผู้เรียนและสังคมไทย บนพื้นฐานความเสมอภาคและคุณค่าความเป็นมนุษย์
นายอัครนันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงศึกษาธิการพร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ เพื่อผลักดันให้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างคนที่มีคุณภาพ มั่นคงทั้งจิตใจและวุฒิการศึกษา กลับคืนสู่สังคมและเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป
ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะสร้างจุดยืนแก่กลุ่มผู้ต้องขังให้ได้กลับเข้าสู่ในสังคมอีกครั้ง โดยอาศัยการสร้างสิ่งแวดล้อมให้พร้อมผ่านการมอบโอกาสให้สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างแท้จริง ซึงในการขับเคลื่อนจะมีการดำเนินการผ่านกระบวนการการจัดการเรียนรู้ของทาง สกร. ทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเทียบโอนผลการเรียน การสนับสนุนองค์ความรู้ สื่อการเรียนรู้ทางดิจิทัล เพื่อทุกคนสามารถสร้างชีวิตได้อย่างภาคภูมิผ่านการศึกษา ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้พื้นที่หลังกำแพงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ เชื่อมั่นว่าการศึกษาคือโอกาสการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขังที่ต้องการได้รับโอกาสจากทางสังคม ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้หากได้รับการศึกษาที่ดีเพื่อให้เป็นการปลูกฝังจิตใจว่า สิ่งใดเป็นสิ่งที่ดีก็จะเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มผู้ต้องขังมีโอกาสทั้งด้านการปูพื้นฐานจิตใจและการส่งเสริมด้านการศึกษา รวมถึงสิ่งสำคัญอย่างการพัฒนาทักษะชีวิต การเตรียมพร้อมก่อนถูกปล่อยตัว เพื่อให้สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ (พ.ร.บ.) พ.ศ. 2566