เปิดฉาก "Thailand² ยกกำลังประเทศไทย" ผนึก 5 กระทรวง-เอกชน ยกระดับทุนมนุษย์

เปิดฉาก "Thailand² ยกกำลังประเทศไทย" ผนึก 5 กระทรวง-เอกชน ยกระดับทุนมนุษย์ โชว์ผลงาน 90 วัน "TCAS เท่าเทียม-AI สแกนวิจัย-อุปกรณ์อวกาศ" เปิดแผน 'Lifelong Support' ตั้งแต่แรกเกิดยันสูงวัย ชู 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
2026-07-22 08:29:11
img-news

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารจักรพันธุ์เพ็ญสิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) รัฐบาลได้เปิดฉากงานสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ "Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์" ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อประกาศยุทธศาสตร์ระดับชาติในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างผลลัพธ์แบบทวีคูณในการพัฒนาประเทศ ผ่านการยกระดับศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัยให้พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การลงทุนและพัฒนาศักยภาพคนไทยคือหัวใจสำคัญในการนำพาประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง คำว่า "ยกกำลัง" ในทางคณิตศาสตร์คือการทวีคูณผลลัพธ์ ซึ่งการยกกำลังที่ทรงพลังที่สุดของไทยคือการลงทุนกับ "คน" เพราะไม่ว่าเทคโนโลยีหรือ AI จะก้าวล้ำไปเพียงใด มนุษย์ที่มีศักยภาพยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการควบคุมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านั้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้ง "คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ" หรือ กรอ. ขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมี 4 คณะอนุกรรมการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนโยบายภาครัฐกับความต้องการของตลาดแรงงานในภาคเอกชน เพื่อหา "เลขชี้กำลังที่ใช่" ให้กับคนไทยทุกคน

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานคือการปาฐกถาพิเศษโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในหัวข้อ "ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์" ซึ่งได้กางแผนปฏิบัติการ "Lifelong Support" ดูแลคนไทยแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่วัยเริ่มต้นชีวิต (0-6 ปี) ที่รัฐบาลมุ่งลดภาระครอบครัววัยทำงาน ปปรับเวลาศูนย์เด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับเวลาเข้างานของพ่อแม่ พร้อมเร่งรัดการจ่ายเบี้ยเด็กเล็ก 600 บาทให้รวดเร็วขึ้นภายใน 30-45 วัน และผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็ก ต่อเนื่องมาถึงวัยเรียน (7-18 ปี) ที่ขับเคลื่อนนโยบาย "คืนเวลาให้ครู" โดยยกเลิกโครงการซ้ำซ้อนและลดตัวชี้วัดลงถึง 71.52% เพื่อให้ครูกว่า 30,000 แห่งพ้นภาระงานเอกสาร ควบคู่กับการผลักดันโครงการ Zero Dropout PLUS ตั้งเป้าพาเด็ก 500,000 คนกลับเข้าสู่ระบบ และมอบทุนเรียนต่อนานาชาติ ODOS กว่า 3,282 คน

สำหรับวัยเริ่มต้นเส้นทางอาชีพและวัยสร้างตัว (19-35 ปี) รัฐบาลได้สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษาโดยอุดหนุนงบประมาณ TCAS กว่า 147.2 ล้านบาท ทำให้ผู้สมัครกว่า 9 แสนคนได้สอบ TGAT/TPAT ฟรี พร้อมตั้งเป้าผลิตแพทย์เพิ่ม 22,200 คน และบุคลากรทักษะสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์กว่า 12,000 คน นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จในการจัดหางานให้ประชาชนกว่า 40,051 คน ยกระดับสวัสดิการผู้ประกันตนด้วยสิทธิทันตกรรมใหม่ 12 รายการที่ไม่ต้องสำรองจ่าย และร่วมมือกับ Google แจกทุน Career Certificate เพื่อเดินหน้าอัปสกิลแรงงานไทยสู่ยุค AI จำนวน 10 ล้านคน

ในส่วนของวัยขยายศักยภาพไปจนถึงวัยเก๋าและกลุ่มเปราะบาง (36-60 ปีขึ้นไป) รัฐบาลเน้นยกระดับเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยี โดยสนับสนุนการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ผลักดันพื้นที่เกษตร GAP และอินทรีย์ 2.62 ล้านไร่ พร้อมส่งเสริมแอปพลิเคชันจัดการแปลงเกษตรด้วยดาวเทียม ขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นคงก่อนเกษียณด้วยสูตรบำนาญชราภาพ "CARE" ปรับเกณฑ์การบำบัดทดแทนไตเพื่อลดการรอคอย และใช้ระบบ Social Map ค้นหากลุ่มเปราะบางที่ตกหล่นกว่า 2.3 แสนคนให้เข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ ยังขยาย Digital Healthcare Platform ที่มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 3.67 ล้านคน เตรียมเปิดตัว Senior Complex ที่บางละมุง และเตรียมเคาะเบี้ยคนพิการถ้วนหน้า 1,000 บาท

นอกจากแผนระยะยาวแล้ว ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งเรื่องการ ”สานงานเดิม” และ เริ่มงานใหม่" โดยระบุว่า "สิ่งที่เราทำ เราลงมือทำจริงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" สำหรับ งานใหม่ เราได้เดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทันทีผ่านนโยบาย "TCAS69 เท่าเทียม" การใช้ AI สแกนงานวิจัยซ้ำซ้อนที่ช่วยประหยัดงบรัฐไปกว่า 72 ล้านบาท การผลักดันปรับเงินเดือนเยียวยาพนักงานมหาวิทยาลัยกว่า 6.7 หมื่นคน ไปจนถึงการส่งอุปกรณ์อวกาศฝีมือคนไทย "CE-7 MATCH" ไปโคจรรอบดวงจันทร์ 

ในขณะที่ งานเดิม เราก็สานต่อและขยายผลจนเกิดอิมแพคระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Traffy Fondue ที่แก้ปัญหาให้ประชาชนไปแล้วกว่า 1.9 ล้านเรื่อง ระบบ Digital Healthcare ที่ดูแลผู้ป่วยกว่า 3.67 ล้านคน แพลตฟอร์มแก้จนแม่นยำ (PPAP) ที่ชี้เป้าช่วยชาวบ้านกว่า 3 แสนครัวเรือน ไปจนถึงการยกระดับ Local Enterprises ที่สร้างรายได้เข้าชุมชนเกือบหมื่นล้านบาทต่อปี รวมถึงโครงการน้ำมั่นคงด้วย Big Data และโครงการรถไฟไทยทำ ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ว่านวัตกรรมสามารถแก้ปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยได้อย่างแท้จริง

นอกจากการพัฒนาคนแล้ว ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้ฉายภาพการยกระดับ 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engines) ได้แก่ ยุทธศาสตร์ Semiconductor Thailand ที่เตรียมผลักดัน ASEAN Chips Diplomacy เพื่อเป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาค ยุทธศาสตร์ Wellness Economy ที่ลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาทในระบบนิเวศนวัตกรรมการแพทย์ ยุทธศาสตร์ Space Economy ผ่านความร่วมมือภารกิจสำรวจดวงจันทร์กับจีนและสหรัฐอเมริกา และยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติที่ตั้งเป้าสร้างความรู้ดิจิทัลให้คนไทย 20 ล้านคน พร้อมเปิดตัวดัชนีความพร้อม TARI เพื่อประเมินองค์กรทั่วประเทศ

สำหรับแผนยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งหมดนี้ ถูกขับเคลื่อนโดย “ว่าที่คณะอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่" ภายใต้กลไกของ กรอ. ซึ่งมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะทางถึง 7 คณะ โดยเป็นการรวมตัวของเครือข่ายผู้นำระดับประเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดย ดร.ชิต เหล่าวัฒนา, คุณจรีพร จารุกรสกุล, รศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, คุณคมกริช นาคะลักษณ์, ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, คุณแบ๊งค์ งามอรุณโชติ, คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา, คุณบวรนันท์ ทองกัลยา, คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, คุณสุทธาภา อมรวิวัฒน์, คุณเรืองโรจน์ พูนผล, คุณอติชาญ เชิงชวโน, คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง, คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ, คุณสาระ ล่ำซำ, คุณผยง ศรีวณิช และคุณธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ซึ่งจะเป็นว่าที่คณะกรรมการ ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนนโยบายการลงทุนกับคนไทย ให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจทรงพลังที่พร้อมยกกำลังประเทศไทยอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายต่อไป

0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00