“รมว.ประเสริฐ” เสนอ ASEAN Zero Dropout ดันอาเซียนร่วมแก้เด็กหลุดจากระบบ

รมว.ศึกษาธิการ เสนอ ASEAN Zero Dropout ดันอาเซียนร่วมแก้เด็กหลุดจากระบบ ชูไทยพร้อมแบ่งปันโมเดลการศึกษาที่ยืดหยุ่น
2026-07-22 14:03:25
img-news

22 ก.ค. 69 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เสนอวิสัยทัศน์ “ASEAN Zero Dropout” บนเวทีการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 14 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา จากวาระแห่งชาติของประเทศไทยไปสู่ภารกิจร่วมของภูมิภาค พร้อมประกาศความพร้อมของไทยในการเป็นผู้สนับสนุน ผู้ประสานงาน และผู้แบ่งปันองค์ความรู้และเครื่องมือให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า การศึกษาคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง โดยรากฐานของการศึกษาที่มีคุณภาพคือ “โอกาส” ที่เท่าเทียม ประเทศไทยจึงเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ทั้งระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV การขยายไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมสถานศึกษา เพื่อทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงความรู้ได้โดยไม่มีข้อยกเว้น

สำหรับการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบ ประเทศไทยได้นำประสบการณ์จากโครงการ Thailand Zero Dropout มาต่อยอดสู่ “Thailand Zero Dropout PLUS” โดยขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนจากการตามหาเด็กที่หลุดออกจากระบบไปสู่การป้องกันด้วยฐานข้อมูลรายบุคคล การจัดการศึกษาแบบยืดหยุ่นภายใต้แนวคิด “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ซึ่งครอบคลุมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย รวมถึงแนวคิด “Learn to Earn” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและมีรายได้เลี้ยงชีพ

จากประสบการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอให้อาเซียนร่วมกันขับเคลื่อน “ASEAN Zero Dropout” โดยประเทศไทยพร้อมแบ่งปันทั้งระบบฐานข้อมูลสำหรับคัดกรองและติดตามเด็กและเยาวชนนอกระบบ ตลอดจนรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อให้เยาวชนในภูมิภาคสามารถกลับเข้าสู่การศึกษาและได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมกับบริบทชีวิตของแต่ละคน

ข้อเสนอ ASEAN Zero Dropout ยังสอดคล้องกับแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน ปี ค.ศ. 2026–2030 ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น และวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 ซึ่งมุ่งสร้างภูมิภาคที่มีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบจึงไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสังคม แต่เป็นการลงทุนในทุนมนุษย์ ความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอาเซียนในระยะยาว

นายประเสริฐย้ำว่า ผลสำเร็จของ Thailand Zero Dropout แสดงให้เห็นว่า หากภาครัฐมีความมุ่งมั่น มีข้อมูลที่แม่นยำ และมีรูปแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตของผู้เรียน การนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริง และจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยให้อาเซียนหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอนาคต

แม้ประเทศไทยจะเตรียมส่งมอบตำแหน่งประธานคณะทำงานอาเซียนด้านเด็กและเยาวชนที่ตกหล่น หรือ ASEAN Working Group on Out-of-School Children and Youth ให้แก่บรูไนดารุสซาลามในปี ค.ศ. 2028 แต่ไทยจะยังคงเดินหน้าผลักดันข้อริเริ่ม ASEAN Zero Dropout อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ไร้รอยต่อ และทำให้เด็กอาเซียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค

“ความแข็งแกร่งของอาเซียนที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00