สกร. ลุยพลิกโฉม “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ” ปักหมุดสู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตระดับประเทศ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ลุยพลิกโฉม “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ” ปักหมุดสู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตระดับประเทศ
2026-08-14 08:47:12
img-news
ผศ.ดร.ลินธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านแนวคิดและงานสถาปัตยกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุมบุญเลิศ มาแสง ชั้น 3 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ การประชุมครั้งนี้มี ศาสตราจารย์วิปร วิประกษิต นายดิสพล จันศิริ คุณปารมี ไวจงเจริญ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ และผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
ผศ.ดร.ลินธิภรณ์ กล่าวว่า การยกระดับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ หรือท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ไปสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งการปรับภาพลักษณ์และการพัฒนาบทบาทของหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องกำหนดทิศทางและแผนการดำเนินงานให้ชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สำหรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่พักผ่อนสำหรับประชาชนในเมือง สร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและเอื้อต่อการเรียนรู้ ควบคู่กับการออกแบบสถาปัตยกรรมให้มีความทันสมัย สามารถตอบสนองรูปแบบการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกช่วงวัยในโลกยุคใหม่
    ด้าน ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รายงานความก้าวหน้าการพัฒนาแนวคิดและการออกแบบศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ โดยแบ่งแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 Prototype & Proof of Concept พัฒนานิทรรศการและพื้นที่เรียนรู้ต้นแบบ ทดลองประสบการณ์การเรียนรู้และรูปแบบบริการใหม่ พร้อมจัดทำแผนแม่บทและงานออกแบบ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว โดยวางแนวคิดการให้บริการให้ครอบคลุมการเรียนรู้และแรงบันดาลใจแห่งชาติ การเรียนรู้แห่งอนาคต วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว ความยั่งยืนและการรับมือภัยพิบัติ ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และอาชีพแห่งอนาคต รวมถึงสนามการเรียนรู้สำหรับเด็กและครอบครัว
ระยะที่ 2 Core Infrastructure & National Hub พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลัก ทั้งอาคารเดิม พื้นที่สาธารณะ Learning Plaza โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการเรียนรู้ ระบบสาธารณูปโภค ภูมิทัศน์ และการเชื่อมโยงพื้นที่ เพื่อเสริมศักยภาพให้ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตระดับประเทศได้อย่างสมบูรณ์
ระยะที่ 3 Landmark & Learning District ยกระดับและเชื่อมโยงพื้นที่ให้เป็นเขตการเรียนรู้ที่มีความโดดเด่น ครอบคลุมมิติด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรมการเรียนรู้ และการท่องเที่ยวเชิงการศึกษา เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น National Learning Hub, Learning Destination และ Learning District ที่เปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย
ศาสตราจารย์วิปร วิประกษิต ที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพจะเพิ่มส่วนจัดแสดงภายในอาคารเดิม พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์และพื้นที่โดยรอบให้มีความทันสมัย โดยระยะแรกจะครอบคลุมทั้งพื้นที่ภายนอก ภายใน และอาคารจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งขณะนี้ได้ออกแบบและจัดทำผังแม่บทสำหรับการดำเนินงานทั้ง 3 ระยะไว้แล้ว
ขณะที่ ดร.ดิสพล จันศิริ คณบดีคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เสนอว่า การออกแบบควรได้รับความคิดเห็นจากผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑ์และศูนย์การเรียนรู้โดยตรง เพื่อให้พื้นที่สามารถนำเสนอสิ่งใหม่ สร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าชม พร้อมคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและสาระสำคัญที่ต้องการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเข้าใช้บริการอย่างแท้จริง
การพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในการยกระดับพื้นที่การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้สมัยใหม่ เชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และคุณภาพชีวิต พร้อมก้าวสู่การเป็นหมุดหมายการเรียนรู้ตลอดชีวิตระดับประเทศที่ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00