สกร.ต้อนรับคณะนักวิชาการญี่ปุ่น ร่วมหารือการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และผู้ติดตามแรงงานต่...
- ข่าวการศึกษา
- สกร.ต้อนรับคณะนักวิชาการญี่ปุ่น ร่วมหารื...
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ต้อนรับคณะนักวิชาการญี่ปุ่น ร่วมหารือการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว
2026-08-26 08:36:49

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มอบหมายให้ ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนและนักวิชาการจากประเทศญี่ปุ่น นำโดย ดร.ซาโตโกะ บาบะ รองศาสตราจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์โอซาก้า (Osaka University of Economics) ดร.ทาคาชิ โนสิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คณะธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเฮียวโกะ และนายประยุทธ หลักคำ ในโอกาสเข้าพบและประชุมหารือเชิงวิชาการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มชาติพันธุ์และผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้
การหารือครั้งนี้จัดขึ้นโดยศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ ประสบการณ์ และผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ตลอดจนแสวงหาแนวทางความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนในประเทศไทย โดยมีผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และผู้แทนจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตบางบอน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์จากการดำเนินงานในพื้นที่ ในการนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ทั้ง 3 ท่าน ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และแนวทางการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ได้ตามความต้องการและบริบทของชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะและกลุ่มที่อาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษา
ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ปรับบทบาทและภารกิจภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ครอบคลุมการเรียนรู้ 3 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้การจัดการเรียนรู้สามารถปรับให้สอดคล้องกับสภาพชีวิต ความต้องการ และความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละกลุ่มได้
ด้าน ดร.วัชรีวรรณ กันเดช กล่าวเพิ่มเติมถึงการใช้แหล่งเรียนรู้และทรัพยากรที่หลากหลาย ทั้งห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ในชุมชน พื้นที่สาธารณะ และสื่อดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง รวมถึงการจัดกิจกรรมและหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และศักยภาพของประชาชน ตลอดจนการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเรียนรู้มีเครือข่ายหน่วยจัดและส่งเสริมการเรียนรู้กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอและระดับเขต ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ตลอดจนศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการนำโอกาสทางการเรียนรู้ไปสู่ประชาชนในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลาย
การนำเสนอภาพรวมของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และโครงสร้างการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับบทบาทของ สกร. ก่อนเข้าสู่การแลกเปลี่ยนในประเด็นเฉพาะสำหรับการศึกษาวิจัย โดยที่ประชุมได้หารือร่วมกันใน 7 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. แนวทางการรับเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้าเรียนในสถานศึกษา และพัฒนาการของแนวทางดำเนินงานจากเดิมถึงปัจจุบัน
2. รูปแบบความร่วมมือและการประสานงานระหว่าง Migrant Learning Centers (MLCs) กับหน่วยงานภาครัฐ
3. สถานะและความแตกต่างของ MLCs ตามรูปแบบและบริบทการดำเนินงาน
4. ความท้าทายของครูและสถานศึกษาในการรับและจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนต่างชาติหรือเด็กข้ามชาติ
5. ความท้าทายของนักเรียนต่างชาติและเด็กข้ามชาติในการเข้าสู่และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในระบบการศึกษาไทย
6. แนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน เมื่อเปรียบเทียบกับระบบของสถานศึกษาภาครัฐ
7. การดำเนินโครงการสนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กข้ามชาติภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น
การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนทั้งมุมมองเชิงนโยบาย แนวทางการดำเนินงาน และประสบการณ์จากพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัย ตลอดจนการพัฒนาแนวทางส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนที่มีภูมิหลังและบริบทชีวิตที่หลากหลาย
ทั้งนี้ คณะผู้แทนและนักวิชาการจากประเทศญี่ปุ่นมีกำหนดลงพื้นที่ศึกษาการจัดการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมจริง ณ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย ในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสมุทรสาคร ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อประกอบการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไป