อธิบดี สกร. ร่วมรับฟังผล PISA 2025 คะแนนนักเรียนไทยเพิ่มขึ้นทุกด้าน สะท้อนพัฒนาการเชิงบวก พร้อมเดินห...

อธิบดี สกร. ร่วมรับฟังผล PISA 2025 คะแนนนักเรียนไทยเพิ่มขึ้นทุกด้าน สะท้อนพัฒนาการเชิงบวก พร้อมเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำและเสริมทักษะแห่งอนาคต
2026-09-09 08:19:41
img-news
วันที่ 8 กันยายน 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมงานแถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2025 เพื่อรับฟังผลการประเมินและข้อมูลสำคัญที่สะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนไทยเมื่อเทียบกับระดับนานาชาติ ณ ห้องประชุมปรินซ์ บอลรูม 3 โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในงานแถลงข่าว
ภายในงาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้นำเสนอผลการประเมิน PISA 2025 ซึ่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กำหนดให้เปิดเผยผลพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมีนักเรียนอายุ 15 ปี จาก 91 ประเทศและเขตเศรษฐกิจกว่า 760,000 คน เข้าร่วมการประเมิน สำหรับประเทศไทยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,547 คน จากสถานศึกษา 273 แห่ง ครอบคลุมทุกสังกัดการศึกษา เข้ารับการประเมินด้วยระบบคอมพิวเตอร์เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 PISA เป็นการประเมินความสามารถของนักเรียนในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง มากกว่าการวัดความรู้ตามหลักสูตร โดย PISA 2025 เน้นการประเมินด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ควบคู่กับด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน รวมทั้งประเมินเพิ่มเติมด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมการแก้ปัญหาเชิงคำนวณและการกำกับตนเองเพื่อการเรียนรู้ ผลการประเมินพบว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ 432 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนน การอ่าน 392 คะแนน และการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ 476 คะแนน แม้คะแนนเฉลี่ยของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศสมาชิก OECD แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2022 พบว่า คะแนนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งสามด้าน โดยด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น 23 คะแนน ขณะที่คณิตศาสตร์และการอ่านเพิ่มขึ้นด้านละ 13 คะแนน สวนทางกับภาพรวมของกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ซึ่งคะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่านลดลง 3 คะแนน 9 คะแนน และ 14 คะแนน ตามลำดับ ทั้งนี้ เมื่อเรียงลำดับตามคะแนนด้านวิทยาศาสตร์ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 53 จาก 91 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ
ด้านการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ นักเรียนไทยทำคะแนนเฉลี่ยได้ 476 คะแนน ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ 500 คะแนน และอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค สะท้อนศักยภาพของผู้เรียนไทยในการคิดอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและกระบวนการคิดเพื่อจัดการกับปัญหาในบริบทดิจิทัล เมื่อพิจารณาตามระดับสมรรถนะ พบว่า นักเรียนไทยมีสมรรถนะตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไป ร้อยละ 59 ในด้านวิทยาศาสตร์ และร้อยละ 41 ในด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 ทุกด้าน ส่วนการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ มีนักเรียนไทยผ่านเกณฑ์อ้างอิงตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 55 เทียบกับค่าเฉลี่ย OECD ที่ร้อยละ 64
การวิเคราะห์จำแนกตามกลุ่มโรงเรียนพบว่า โรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยทุกด้านสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ขณะที่โรงเรียนสาธิตมีคะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD และมีคะแนนการอ่านใกล้เคียงค่าเฉลี่ย OECD นอกจากนี้ เกือบทุกกลุ่มโรงเรียนมีผลคะแนนเพิ่มขึ้นจากการประเมินรอบที่ผ่านมา สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาหลากหลายรูปแบบ
โดยเฉพาะสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผลการประเมินดีขึ้นอย่างชัดเจน กลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษามีคะแนนด้านวิทยาศาสตร์ 444 คะแนน เพิ่มขึ้น 21 คะแนน คณิตศาสตร์ 416 คะแนน เพิ่มขึ้น 9 คะแนน และการอ่าน 404 คะแนน เพิ่มขึ้น 12 คะแนน ขณะที่กลุ่มโรงเรียนขยายโอกาสมีพัฒนาการโดดเด่น โดยคะแนนด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นถึง 53 คะแนน เป็น 436 คะแนน คณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น 49 คะแนน เป็น 433 คะแนน และการอ่านเพิ่มขึ้น 42 คะแนน เป็น 391 คะแนน นับเป็นการยกระดับผลสัมฤทธิ์อย่างก้าวกระโดดจากการประเมิน PISA 2022 พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนผลจากการขับเคลื่อนยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช เคยรับผิดชอบภารกิจนี้โดยตรงขณะดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในด้านการกำหนดแนวทาง การเตรียมความพร้อม การติดตามผล และการสนับสนุนสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโรงเรียนขยายโอกาส เพื่อให้นักเรียนในทุกพื้นที่ได้รับการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่านอย่างทั่วถึง ผลคะแนนที่เพิ่มขึ้นจึงไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าของผู้เรียน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และภาคีเครือข่ายทุกระดับ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้จากนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนในโรงเรียนขยายโอกาสสามารถพัฒนาสมรรถนะและลดช่องว่างทางการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินยังสะท้อนความท้าทายด้านความเหลื่อมล้ำ โดยคะแนนเฉลี่ยระหว่างนักเรียนกลุ่มคะแนนสูงและกลุ่มคะแนนต่ำของไทยแตกต่างกันประมาณ 200 คะแนน ขณะที่นักเรียนซึ่งมีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในกลุ่มได้เปรียบ มีคะแนนวิทยาศาสตร์สูงกว่านักเรียนกลุ่มเสียเปรียบ 55 คะแนน แม้ช่องว่างดังกล่าวจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ซึ่งอยู่ที่ 85 คะแนนก็ตาม อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยมีนักเรียนกลุ่ม “ช้างเผือก” หรือนักเรียนที่แม้มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในกลุ่มเสียเปรียบ แต่สามารถทำคะแนนวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่มสูงของประเทศถึงร้อยละ 17 สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 12 แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและศักยภาพทางวิชาการของเด็กไทยที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ที่ดีได้ แม้อยู่ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสังคม ผลการประเมินครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า คุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนไทยมีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังจำเป็นต้องเร่งลดช่องว่างระหว่างผู้เรียน ยกระดับสมรรถนะของนักเรียนส่วนใหญ่ให้ก้าวข้ามระดับพื้นฐาน และพัฒนาทักษะด้านการอ่านเชิงความหมาย การคิดวิเคราะห์ และการประเมินข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาครู การจัดการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะ และการสนับสนุนทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้แก่สถานศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
สำหรับการประเมินครั้งต่อไป ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้ปรับรอบการประเมินจากทุก 3 ปี เป็นทุก 4 ปี โดยจะจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2029 และเพิ่ม “การรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์” (Media and AI Literacy) เป็นโดเมนเชิงนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในอนาคต ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะนำข้อมูลจากผลการประเมินมาใช้ประกอบการพัฒนาแนวทางจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน ส่งเสริมทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความฉลาดรู้ดิจิทัล ตลอดจนสร้างโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
0:00
0:00
/
0:00
วิทยุศึกษา 10:30 - 11:20
0:00
/
0:00