ศธ. เดินหน้ายกระดับ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ” สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ

ศธ. เดินหน้ายกระดับ “ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ” สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ พร้อมผนึกจุฬาฯ วาง Master Plan มุ่งสู่แลนด์มาร์กระดับโลก
2026-09-10 08:33:13
img-news
วันที่ 9 กันยายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมพิจารณาแนวทางการพัฒนาและยกระดับบทบาทศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) สู่ “ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ” โดยมุ่งวางแนวคิดด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบ และการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างครบวงจร เพื่อยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศและจุดหมายปลายทางระดับสากล ซึ่งเชื่อมโยงการเรียนรู้ ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
การประชุมครั้งนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.กุลภัทร ยันตรศาสตร์ ผู้ก่อตั้ง wHY Architecture สตูดิโอออกแบบระดับนานาชาติ นางมนต์นภา พานิชเกรียงไกร ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเข้าร่วมประชุม
พร้อมกันนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้นำคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ศาสตราจารย์วิปร วิประกษิต และดร.ดิสพล จันศิริ ที่ปรึกษากรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงนายดิษพล มาตุอำพันวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเผยแพร่ทางการศึกษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
การประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังการแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาและยกระดับบทบาทท้องฟ้าจำลองกรุงเทพเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สกร. 336/2569 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะทำงานด้านกฎหมายและการปรับปรุงโครงสร้าง คณะทำงานด้านแนวคิดและงานสถาปัตยกรรม ตลอดจนแนวทางการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านการออกแบบพื้นที่ พร้อมติดตามผลการหารือร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 และพิจารณากรอบการดำเนินโครงการในแต่ละระยะ
วาระสำคัญมุ่งวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ ทั้งการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ (Master Plan) การออกแบบแนวคิดเบื้องต้น (Conceptual Design) และการพัฒนานิทรรศการและพื้นที่การเรียนรู้ต้นแบบภายในอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อาคาร 2) จำนวน 6 โซน ได้แก่ 1. ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติและแรงบันดาลใจ (Inspiration Zone) 2. การเรียนรู้แห่งอนาคต (Future Learning Zone) 3. วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว ความยั่งยืน และการรับมือภัยพิบัติ (Sustainability & Resilience Zone) 4. ภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Thai Wisdom & Creative Culture Zone) 5. เศรษฐกิจสร้างสรรค์และอาชีพแห่งอนาคต (Creative Economy & Future Career Zone) 6. สนามการเรียนรู้และครอบครัว (Learning Playground & Family Zone)
นายประเสริฐ กล่าวว่า การพัฒนาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพต้องมองไกลกว่าการปรับปรุงอาคารหรือนิทรรศการ โดยต้องยกระดับให้เป็นทั้ง “Landmark” และ “Global Destination” ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น สร้างความตื่นตาตื่นใจ และทำให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นอนาคตได้ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ พร้อมรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 60 ปี และสร้างสถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำที่คนไทยภาคภูมิใจและได้รับการยอมรับในระดับสากล
การออกแบบต้องพิจารณาพื้นที่โดยรอบให้เป็นระบบเดียวกัน ทั้งพื้นที่สาธารณะ เส้นทางเข้า–ออก ระบบการจราจร ที่จอดรถ พื้นที่รองรับรถโดยสารขนาดใหญ่ และมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ตลอดจนการเชื่อมโยงกับพื้นที่ข้างเคียง เพื่อให้สามารถรองรับประชาชนจากทั่วประเทศได้อย่างสะดวกและปลอดภัย รวมถึงพิจารณาพื้นที่สำหรับการฝึกอบรม กิจกรรมการเรียนรู้ และความร่วมมือกับภาคเอกชนในอนาคตอย่างเหมาะสม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังเสนอให้ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูล ระบบแสดงผล และเนื้อหาการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปยังท้องฟ้าจำลองและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า และขยายโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ไปยังประชาชนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักวิชาชีพอย่างเคร่งครัด มีขั้นตอนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถชี้แจงต่อสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน เนื่องจากโครงการนี้มิใช่เพียงการลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวของประเทศ
ด้าน ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้มุ่งขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้อยู่ในระยะแรกของการจัดทำ Master Plan และกรอบแนวคิดการออกแบบ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทาง เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับภารกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และตอบสนองความต้องการด้านการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย
ในระยะแรก กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะมุ่งจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ (Master Plan) กรอบแนวคิดการออกแบบ และพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ทั้ง 6 โซน โดยบริหารจัดการทรัพยากรตามลำดับความสำคัญ และดำเนินงานอย่างรอบคอบ โปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักวิชาชีพ เพื่อให้ได้กรอบการพัฒนาที่มีความชัดเจน เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนดำเนินโครงการในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
พร้อมกันนี้ สกร. เตรียมจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบพื้นที่ และการพัฒนาเนื้อหาการเรียนรู้ โดยคาดว่าจะสามารถลงนาม MOU และนำเสนอภาพรวมแนวคิดของโครงการ (Visual Concept) ให้สาธารณชนเห็นเป็นรูปธรรมภายในปลายเดือนตุลาคม 2569 ก่อนนำผลงานการออกแบบไปใช้ประกอบการวางแผนและดำเนินงานในขั้นต่อไป
สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างและการใช้ประโยชน์พื้นที่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. และกรมธนารักษ์ เพื่อพิจารณาแนวทางด้านกฎหมาย โครงสร้าง และการบริหารจัดการให้เหมาะสม โดยยังคงบทบาทของท้องฟ้าจำลองกรุงเทพในฐานะศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบแห่งชาติไว้ในพื้นที่เดิม และผสมผสานกับภารกิจด้านการเรียนรู้ได้อย่างลงตัว
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เน้นย้ำว่า ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพโฉมใหม่จะต่อยอดจุดแข็งด้านดาราศาสตร์และอวกาศไปสู่การเรียนรู้ที่หลากหลาย ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ ศิลปะ การออกแบบ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาชีพแห่งอนาคต ความยั่งยืน และการรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ให้ประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
เป้าหมายสำคัญของโครงการจึงไม่ใช่เพียงการรองรับนักเรียนที่เดินทางมาทัศนศึกษา แต่คือการสร้างพื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัว และประชาชนทุกช่วงวัย เพื่อให้ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพก้าวจากแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยมากว่า 60 ปี สู่ “ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบแห่งชาติ” และหมุดหมายระดับโลกที่สร้างแรงบันดาลใจ ขยายโอกาสทางการศึกษา และขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00