"เกศทิพย์" เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่ ชู “ธรรมาภิบาลข้อมูล–ยุทธศาสตร์ AI” อุดช่องว่างทาง...
- ข่าวการศึกษา
- "เกศทิพย์" เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์...
อธิบดี สกร. เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่ ชู “ธรรมาภิบาลข้อมูล–ยุทธศาสตร์ AI” อุดช่องว่างทางการศึกษา ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัย
2026-09-15 08:18:55

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเป้าหมายและแนวทางการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านข้อมูลของกรม ตลอดจนเชื่อมโยงกับกระบวนการพัฒนาการดำเนินงานด้วยข้อมูล (Data-driven Practices) ภายใต้โครงการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2569
อธิบดี สกร. กล่าวว่า สกร. พร้อมขับเคลื่อนธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ตามแนวทางของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการกับข้อมูลทั้งหมดพร้อมกัน แต่ควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) จำแนกข้อมูลหลัก (Master Data) และกำหนดบทบาทความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร คณะทำงาน ไปจนถึงผู้ใช้ข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมใช้งาน และไม่ก่อให้เกิดภาระในการบริหารจัดการภายหลัง
ขณะเดียวกัน สกร. ยังเตรียมความพร้อมดำเนินงานตามแผนพัฒนาดิจิทัลระยะ 5 ปี รวมถึงแนวทางตามร่างพระราชบัญญัติปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) การลงทะเบียนใช้งาน Generative AI เพื่อป้องกันปัญหาการใช้ AI นอกระบบหรือ Shadow AI ตลอดจนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมการใช้ AI อย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาลภายในองค์กร โดยการเปลี่ยนผ่านจาก กศน. สู่ สกร. ทำให้ภารกิจขยายจากการจัดการศึกษาตามระดับ ซึ่งมีผู้เรียนประมาณ 700,000–800,000 คน ไปสู่การส่งเสริมการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยทั่วประเทศ ส่งผลให้ สกร. ต้องบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังคนและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
สกร. จึงปรับบทบาทไปสู่การเป็นหน่วยงานกำหนดมาตรฐาน รับรองผลการเรียนรู้และออกใบรับรอง (Certificate) พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับภาคีเครือข่ายภายนอก เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere, Anytime) และนำร่องรอยการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทักษะ อาชีพ และคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ สกร. ยังเร่งปรับเปลี่ยนการจัดเก็บข้อมูลที่เดิมอาจยึดโยงอยู่กับตัวบุคคล ให้เข้าสู่ระบบและโครงสร้างขององค์กรอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่แผนพัฒนาดิจิทัลในปี 2570 โดยประยุกต์ใช้แนวคิดเรื่อง “จุดคานงัด” (Leverage Points) หรือการเลือกดำเนินงานในจุดที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้สูง ไม่ดำเนินงานแบบหว่านแหหรือ “เทน้ำลงมหาสมุทร” แต่ใช้ข้อมูลวิเคราะห์บริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมและช่วยเหลือประชาชนเกิดผลลัพธ์อย่างตรงจุด
พร้อมกันนี้ จะนำ AI มาช่วยจำแนกและจัดกลุ่มข้อมูล (Data Segmentation) เพื่อให้สามารถวางแผนช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งปรับแนวทางการพัฒนาบุคลากรด้าน AI กว่า 20,000 คน จากการฝึกอบรมเพียงเพื่อให้บรรลุตัวชี้วัด ไปสู่การนำความรู้และเครื่องมือไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานและชุมชนได้จริง
อธิบดี สกร. กล่าวต่อว่า สกร. กำหนดเป้าหมายความสำเร็จของการดำเนินงานด้านข้อมูลไว้ 2 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติผู้เรียน ซึ่งจะต้องสามารถบริหารจัดการเวลาเรียนรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง เรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติในพื้นที่ และมิติบุคลากรกับภาคีเครือข่าย ซึ่งจะต้องสามารถเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเข้าสู่ระบบสะสมหน่วยกิตหรือธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และนำ AI มาช่วยประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สกร. ยังมีแนวทางเปลี่ยนผ่านระบบสารสนเทศให้รองรับหลักสูตรใหม่ โดยใช้การยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD เพื่อให้ได้ข้อมูลที่โปร่งใสและเป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์ ตลอดจนแก้ไขปัญหาการติดตามการเคลื่อนย้ายของผู้เรียน (Learner Movement) และลดความล่าช้าในการส่งผ่านข้อมูลจากพื้นที่มายังส่วนกลาง
“AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยในการทำงาน บุคลากรต้องไม่ส่งต่องานที่ได้จาก AI โดยไม่ผ่านการตรวจสอบ กลั่นกรองด้วยความรู้ ความคิด และประสบการณ์ของตนเอง ผู้ใช้งานต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อองค์กรและสังคมอยู่เสมอ” อธิบดี สกร. กล่าว
ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของการขับเคลื่อนงานด้านข้อมูลของ สกร. ไม่ใช่เพียงการทำให้ทุกคนเก่งที่สุด แต่คือการสร้างกำลังใจ คืนความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจให้แก่ผู้คน โดยไม่ปล่อยให้ใครรู้สึกด้อยคุณค่าหรือถูกทอดทิ้ง เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาตนเองและเติบโตขึ้นเป็น “ผู้ให้” ที่มีคุณค่าต่อสังคม
จากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีประชาชนอีกหลายแสนคนที่ขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน สกร. จึงเร่งแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการส่งต่อข้อมูล พร้อมบูรณาการข้อมูลเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือผู้ตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้อย่างทันท่วงที อันเป็นภารกิจสำคัญในการอุดช่องว่างทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างทั่วถึงและยั่งยืน อธิบดี สกร. กล่าวในที่สุด