ศธ. ผนึก WEF เปิดเวทีนโยบายระดับสูง พัฒนาทุนมนุษย์รองรับเศรษฐกิจใหม่

กระทรวงศึกษาธิการ จับมือ WEF เปิดเวทีนโยบายระดับสูง พัฒนาทุนมนุษย์รองรับเศรษฐกิจใหม่ ชู “การศึกษา” เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยสู่ปี 2030
2026-10-14 14:17:35
img-news

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาเชิงนโยบายระดับสูงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) เรื่อง “การศึกษาเพื่อเป็นยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2030 และอนาคต: การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึงในเศรษฐกิจใหม่” โดยมี ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้แทนจาก World Economic Forum และ World Bank พร้อมด้วย ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา นายวีระพงษ์ อู๋เจริญ ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา องค์การระหว่างประเทศ และนักวิชาการ ร่วมประชุม ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. แสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การศึกษาในฐานะยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสำหรับปี ค.ศ. 2030 และอนาคต” โดยชี้ภาพเป้าหมายว่า ภายในปี 2030 การศึกษาไทยจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างคนไทยให้ “พร้อมทำงาน พร้อมปรับตัว และพร้อมแข่งขันได้ตลอดชีวิต” ต้องปรับมุมมองจากการเห็นการศึกษาเป็น “ค่าใช้จ่าย” ไปสู่การมองว่าเป็น “การลงทุน” ที่คุ้มค่าและให้ผลในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกการทำงานจาก AI เทคโนโลยี โครงสร้างประชากร และความต้องการทักษะรูปแบบใหม่ ซึ่งทำให้การพัฒนาคนเป็นหัวใจสำคัญต่ออนาคตทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้น 3 ประการ ได้แก่ “ลงทุน – ใช้ข้อมูล – เริ่มทันที” ซึ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาคนตั้งแต่ปฐมวัย การลดความเหลื่อมล้ำ การยกระดับทักษะดิจิทัล AI และทักษะอาชีพ ตลอดจนการใช้ข้อมูลและงานวิจัยเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย และเชื่อมโยงข้อมูลการศึกษากับความต้องการของตลาดแรงงาน จึงได้วางแผนการทำงานไว้ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก  ตั้งแต่ปัจจุบันถึงปี 2027 เป็นช่วงการวางรากฐานและเร่งยกระดับทักษะพื้นฐาน เชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลเข้ากับข้อมูลทักษะและตลาดแรงงาน ตลอดจนผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นรากฐานใหม่ ระยะที่สอง ปี 2028–2030 เป็นช่วงของการเร่งและขยายผล โดยปรับหลักสูตร การวัดผลให้เน้นสมรรถนะ ทักษะดิจิทัล AI และการคิดวิเคราะห์ ขยายการเรียนควบคู่การทำงาน พร้อมผลักดัน ASEAN Zero Dropout และทักษะแห่งอนาคตระดับภูมิภาค ระยะที่สาม ตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป เป็นช่วงของการก้าวนำ สู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเต็มรูปแบบ ที่ทุกช่วงวัยสามารถเก็บสะสมผลการเรียนรู้ และนำไปต่อยอดชีวิตและอาชีพได้

ส่วนด้านความร่วมมือกับ World Economic Forum รมว.ศธ. ได้เสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลอนาคตของงานสำหรับประเทศไทยในเชิงลึก เพื่อใช้วางแผนกำลังคนและพัฒนาหลักสูตร 2) การทำวิจัยร่วมกัน เพื่อค้นหาแนวทางพัฒนาทักษะกำลังคนที่เกิดผลจริง และ 3) การเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจชั้นนำให้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรและการเรียนรู้ในสถานประกอบการ เพื่อให้การพัฒนาการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจและโลกการทำงานในอนาคต

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการศึกษา การพัฒนาทุนมนุษย์ ตลาดแรงงาน ผลิตภาพ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการศึกษาในระดับนานาชาติ (Global Partnership) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐานสากล ข้อมูลเชิงประจักษ์ และประสบการณ์จากนานาประเทศ มาประกอบการวิเคราะห์และพัฒนานโยบายการศึกษา โดยการเสวนาครั้งนี้มุ่งเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา นักวิชาการ และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของการศึกษาในการพัฒนาทุนมนุษย์ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกแห่งการทำงาน ตลอดจนระบุประเด็นสำหรับการศึกษา วิจัย และพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการในระยะต่อไป

ขณะที่  Mr. Sriram Gutta, Senior Director, Centre for the New Economy and Society, World Economic Forum กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึงในเศรษฐกิจใหม่” ครอบคลุมประเด็นทุนมนุษย์ ทักษะ และขีดความสามารถที่จำเป็นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและโลกแห่งการทำงาน ตลอดจนบทบาทของระบบการศึกษา โดยชี้ถึงความสำคัญของ Human-centric Skills การยกระดับทักษะแรงงานให้สามารถทำงานร่วมกับ AI และการเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน พร้อมนำเสนอฉากทัศน์อนาคตที่สะท้อนว่า ผลลัพธ์จากความก้าวหน้าของ AI จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของกำลังคน หากสามารถพัฒนาทักษะได้ทัน AI จะเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพและสร้างโอกาสใหม่ในการทำงาน

ช่วงท้ายของการประชุมเป็นการหารือเชิงนโยบายระดับสูง “การปรับบทบาทการศึกษาเพื่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต” เปิดพื้นที่ให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ ผู้นำด้านการศึกษา และองค์การระหว่างประเทศ ร่วมพิจารณาถึงการพัฒนาขีดความสามารถและทักษะเพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ ระบบการศึกษาควรปรับบทบาทและทิศทางอย่างไรเพื่อสนับสนุนผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงแต่ละภาคส่วนควรร่วมกันดำเนินการเรื่องใดตั้งแต่ปัจจุบัน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00